ริดสีดวงทวาร ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

ริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids)

เป็นภาวะที่หลอดเลือดดำที่มีอยู่ ตามธรรมชาติของคนทั่วไปในบริเวณทวารหนักเกิดการปูดพอง (ขอด) เป็นหัวเรียกว่า หัวริดสีดวง แล้วมีการปริแตกของผนังหลอดเลือดขณะเบ่ง ถ่ายอุจจาระทำให้เลือดออกเป็นครั้งคราว

ริดสีดวงทวารเกิดจากสาเหตุอะไร…

ริดสีดวงทวาร เกี่ยวข้องกับภาวะความดันโลหิตในหลอดเลือดดำสูง จากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การเบ่งถ่ายอุจจาระ ท้องผูก ท้องเดินบ่อย ๆ การนั่งนาน ๆ การตั้งครรภ์ ความอ้วน การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย ไอเรื้อรัง เป็นต้น

ในทัศนะการแพทย์แผนจีนริดสีดวงทวารเกิดจากภาวะพิษร้อน-ชื้นที่ สะสมในร่างกายมีการรวมตัวลงสู่ทวารหนัก กีดขวางการไหลเวียนของเลือด และพลังลมปราณ ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนของเลือดบริเวณทวารหนักผิด ปกติ ทำให้เกิดเลือดคั่งในหลอดเลือดดำจนโป่งพอง

ริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวารมีกี่ประเภท

1. ริดสีดวงทวารภายนอก (External Hemorrhoids) เกิดจาก การหลอดเลือดดำที่อยู่ใต้ผิวหนังตรงปากทวารหนักเกิดการปุดพอง (ขอด) ซึ่งเห็นจากภายนอกได้ ผู้ป่วยริดสีดวงทวารมีประมาณ 20% เป็นริดสีดวง ทวารภายนอก

2. ริดสีดวงทวารภายใน (Internal Hemorrhoids) เกิดจาก หลอดเลือดดำที่ลึกเข้าไปข้างในเกิดการปูดพอง (ขอด) ซึ่งไม่สามารถมองเห็น จากภายนอกได้ ผู้ป่วยริดสีดวงทวารมีประมาณ 60% เป็นริดสีดวงทวาร ภายใน ริดสีดวงทวารภายใน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ

ระยะ ของ ริดสีดวงทวารภายใน
  • ระยะที่ 1 มีเลือดออก แต่ไม่มีหัวริดสีดวงทวารโผล่ออกมา
  • ระยะที่ 2 มีหัวริดสีดวงทวารโผล่ออกมา เมื่อขับถ่ายอุจจาระและสามารถหด กลับได้เอง
  • ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงทวารยื่นออกมา ไม่สามารถหดกลับเข้าไปเองได้ต้องใช้ นิ้วดัน
  • ระยะที่ 4 หัวริดสีดวงทวารยื่นออกมาตลอดเวลา ไม่สามารถดันกลับเข้าที่ได้

3. ริดสีดวงทวารแบบผสม มีผู้ป่วยริดสีดวงทวารประมาณ 20% เป็น ทั้งริดสีดวงทวารภายนอก และริดสีดวงทวารภายในด้วย

ริดสีดวงทวารมีอาการเป็นอย่างไร ?

  • ส่วนใหญ่มีอาการเลือดออกทางทวารหนักเป็นเลือดแดงสด เกิดขึ้นขณะถ่ายอุจจาระทำให้หลอดเลือดดำที่ขอดมีการปริแตกของผนัง หลอดเลือด อาจสังเกตเห็นมีเลือดปนมากับอุจจาระหรือมีเลือดไหลออกมาเป็นหยดโดยไม่รู้สึกเจ็บปวด
  • บางรายอาจรู้สึกเจ็บที่ทวารหนัก และถ่ายอุจจาระลำบากหรืออาจมี อาการคันก้น
  • ถ้าริดสีดวงอักเสบหรือหลุดมาข้างนอกอาจทำให้รู้สึกปวดรุนแรง จนถึงกับนั่งยืนเดินไม่สะดวก และคลำได้ก้อนเนื้อนุ่ม ๆ สีคล้ำ ๆ ที่ปากทวารหนัก หรืออาจกล่าวสรุปสั้น ๆ คือ : ริดสีดวงทวารภายนอกลักษณะอาการที่เด่นชัด คือ เจ็บ แฉะ และมีอาการคัน ส่วนริดสีดวงทวารภายในคือมีเลือดออก

ผู้ป่วยริดสีดวงทวารควรดูแลอย่างไร...

  • ระวังอย่าให้ท้องผูก ควรดื่มน้ำ และทานผักผลไม้มาก ๆ
  • อย่ายืนหรือนั่งถ่ายนาน ๆ
  • ถ้าหัวริดสีดวงหลุดออกมาข้างนอกให้ใส่ถุงมือแล้วใช้ปลายนิ้วชุบสบู่ (เพื่อหล่อลื่น) แล้วจึงดันหัวริดสีดวงกลับเข้าไปข้างใน
  • ถ้ามีเลือดออกนานกว่า 1 สัปดาห์ มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ หรือสงสัย มีโรคอื่นร่วมด้วยหรือพบในคนอายุมากกว่า 40 ปี ควรแนะนำให้ไป โรงพยาบาลเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งของลำไส้ใหญ่

ตัวอย่างสมุนไพรจีนที่สำคัญ

ตี้หวี้ (Sanguisorba Officinalis Root Extract)

ช่วยกระตุ้นการขับน้ำหนองออกจากแผลเพื่อสลายเนื้อที่เน่าเปื่อยทำให้แผลแห้งและสมานได้เร็วขึ้น 

จินอิ๋งฮัว (Lonicera Japonica Root Extract)
ช่วยขับพิษร้อน-ชื้น สลายฝี ลดบวม ช่วยระบายความร้อน ในเลือด ต้านการอักเสบ ต้านแบคทีเรีย และลดไขมันในเลือด

หองฮัว (Carthamus Tinctorius Flower Root Extract)
ช่วยทะลวงเส้นเลือดเส้นลมปราณ สลายลิ่มเลือด แก้ปวด ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด และลด ไขมันในเลือด

ชวงซีออง (Ligusticum Chuanxiong Root Extract)
ช่วยทะลวงเส้นเลือดเส้นลมปราณ สลายลิ่มเลือด แก้ปวด รักษาฝีหนอง ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ด เลือด และกระตุ้นการไหลเวียนของลมปราณ

ปิงเปี่ยน Borneol
ช่วยขจัดพิษร้อน แก้ปวด กระตุ้นการรับรู้ ต้าน การอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย และกระตุ้นระบบ ประสาทส่วนกลาง

เฟืองล่า (Cera Alba)
ช่วยขับพิษ สมานแผล กระตุ้นสร้างเนื้อเยื่อใหม่ แก้อาการปวด และรักษาฝีหนอง

จื้อจื่อ (Gardenia Jasminoides Fruit Extract)
ช่วยระบายไฟ ลดอาการหงุดหงิด กระวน กระวาย ขับพิษร้อน-ชื้น ช่วยระบายความร้อนในเลือด ต้านเชื้อแบคทีเรีย และต้านการอักเสบ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง