เบาหวานเบาใจได้ การแพทย์แผนจีนแก้ที่ต้นเหตุ

เบาหวานคืออะไร

หากกล่าวถึงโรคที่พบบ่อยและจำนวนผู้ป่วยที่มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นนั้น ในความคิดของเราคงหนีไม่พ้นเบาหวาน แล้วเบาหวานคืออะไร อันตรายอย่างไร เรามาหาคำตอบกัน…

เบาหวานคืออะไร…

เบาหวานเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอหรือร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยกว่าปกติ จึงไม่สามารถเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมันบางส่วนได้อย่างเหมาะสม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติและเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนหลายอย่าง เช่น หัวใจวาย ตาบอด ไตวาย อัมพฤกษ์ อัมพาตและโรคติดเชื้อ เป็นต้น เบาหวานแบ่งเป็น 2 ชนิดดังนี้

เบาหวานชนิดที่ 1 (เบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน) เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอ แม้ว่าเบาหวานชนิดนี้ส่วนใหญ่จะพบในเด็กและวัยรุ่น แต่ก็อาจพบได้ในทุกกลุ่มอายุ ประมาณ 10% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมดเป็นเบาหวานชนิดที่ 1

เบาหวานชนิดที่ 2 (เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน) มีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม อายุ น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน เป็นต้น ตับอ่อนของผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้ส่วนใหญ่สามารถสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอ แต่ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยกว่าปกติประมาณ 90% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมดเป็นเบาหวานชนิดที่ 2

เบาหวานอันตรายอย่างไร…

หากปล่อยเบาหวานไว้ไม่ทำการควบคุมหรือรักษา ในระยะยาวอาจมีผลในการทำให้ผนังหลอดเลือดแดงทั่วทั้งร่างกายผิดปกติและเสื่อมอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงขึ้นได้เช่น

  • โรคหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคไต
  • ปัญหาที่ดวงตา การมองเห็น
  • โรคในช่องปาก
  • ความเสียหายต่อเส้นประสาท
  • แผลที่เท้า
  • ซึมเศร้า
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การแพทย์แผนจีนมองเบาหวานอย่างไร

ในมุมมองของการแพทย์จีน ไต (รวมถึงต่อมหมวกไต) คือรากฐานใหญ่ของชีวิต ควบคุมการทำงานเกือบทุกระบบในร่างกาย และมีส่วนควบคุมการทำงานของตับอ่อนรวมถึงฮอร์โมนอินซูลินในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วย ในไตมีทั้งหยินและหยาง สำหรับผู้ที่หยินในไตอ่อนแอก็จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของไตในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดลดลง จึงพบน้ำตาลในเลือดที่สูงและมีน้ำตาลหลุดออกมาในปัสสาวะ

ส่วนไตอ่อนแอนั้น สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม การทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ การทานอาหารที่มีรสจัด การใช้ยาบางชนิดเป็นระยะเวลานาน (เช่น ยาควบคุมความดันโลหิต ยาแก้ปวด เป็นต้น) โรคเรื้อรังต่าง ๆ การขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น

การแพทย์แผนจีนจะรักษาเบาหวานอย่างไร

เป็นที่ทราบกันว่าโรคเบาหวานมีโรคแทรกซ้อนหลายอย่างที่ทำให้ภาวะพิการและมีอันตรายถึงชีวิต การรักษาเบาหวานของการแพทย์จีนจึงไม่ได้หยุดแค่การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเท่านั้น แต่ยังเน้นให้ความสำคัญในการรักษาที่ต้นเหตุของเบาหวานและโรคแทรกซ้อนของเบาหวานไปพร้อม ๆ กัน

การแพทย์แผนจีนใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณในการ “บำรุงหยินในไต เสริมสร้างพลังชี่ และสารน้ำในร่างกาย” สามารถช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินของตับอ่อน ฟื้นฟูเซลล์ที่ได้รับความเสียหาย และยับยั้งการสร้างกลูโคส อีกทั้งยังทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างสมุนไพรจีนที่สำคัญ

สูตี้หวาง : (Shudihuang)
มีโอลิโกแซคคาไรด์ช่วยในการกระตุ้นอินซูลิน ลดปริมาณไกลโคเจนในตับ ปรับระบบการเผาผลาญน้ำตาลและเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองของอินซูลิน

ซันเอี้ยว : 山药 (Rhizoma Diosoreae)
บำรุงหยินในม้าม บำรุงกระเพาะอาหาร บำรุงปอด บำรุงไต

ซันจูยู๋ : (Shanzhuyu)
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

จื๋อเซี่ย : 泽泻 (Rhizoma Alismatis)

ขับเสมหะที่คั่งอยู่ในร่างกาย ขับความชื้น ขับปัสสาวะ ลดอาการบวมน้ำ บรรเทาอาการวิงเวียน

ฝูหลิง : (Fuling)
ช่วยขับปัสสาวะ ลดอาการบวมน้ำ ปกป้องและฟื้นฟูตับ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยชะลอความชรา

เจ๋อเซี่ย : (Zexia)
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดการก่อตัวของไขมันและเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ควบคุมระดับไขมันในเลือด และช่วยในการลดน้ำหนัก

หมู่ตันผี : (Mudanpi)
ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ปรับระบบการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดขนาดเล็ก

ม่ายตอง : (Maidong)
มีโพลีแซคคาไรด์ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

อู่อุ้ยจื่อ : (Wuweizi)
เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันโรคไตที่เกิดจากเบาหวาน

สมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้นั้น จะช่วยให้สามารถป้องกันความผันผวนของภาวะน้ำตาลในเลือด ลดและบำบัดภาวะแทรกซ้อนได้ จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาในผู้ป่วยเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สมุนไพรช่วยบำรุงหยินไต รักษาต้นเหตุของเบาหวาน เมื่อไตแข็งแรงขึ้น ประสิทธิภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดก็จะดีขึ้นตามไปด้วย อาการต่าง ๆ ที่เกิดจากเบาหวาน เช่น อาการปัสสาวะบ่อย นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท อ่อนเพลียเหนื่อยง่าย กระหายน้ำ หิวบ่อย ทานจุ น้ำหนักลดลง ชาปลายมือปลายเท้า ปวดแน่นจุกเสียดหน้าอก เป็นต้น อาการเหล่านี้ก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง